วันพฤหัสบดี, 9 กุมภาพันธ์ 2566

สภาองค์กรผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงภาคประชาชน พร้อมตัวแทนกว่า 60 จังหวัด เข้ายื่นหนังสือหนุนพรรคเพื่อไทยแก้กฎหมายยกเลิกการประมูลคลื่นความถี่วิทยุภาคประชาชน

สภาองค์กรผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงภาคประชาชน พร้อมตัวแทนกว่า 60 จังหวัด เข้ายื่นหนังสือหนุนพรรคเพื่อไทยแก้กฎหมายยกเลิกการประมูลคลื่นความถี่วิทยุภาคประชาชน
เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2565 เวลา 13.00 น ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เครือข่ายวิทยุชุมชนนำโดยนายวรพจน์ ลัภโต สภาองค์กรผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงภาคประชาชน พร้อมตัวแทนวิทยุชุมชนจาก 60 จังหวัด เข้ายื่นเจตน์จำนงค์ต่อพรรคเพื่อไทย เพื่อผลักดันการแก้กฎหมายยกเลิกการประมูลคลื่นความถี่วิทยุภาคประชาชนทั่วประเทศ และขอให้บรรจุเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย ผ่าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย,นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย,นายคมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส.กาฬสินธุ์ ประธานคณะทำงานรับเรื่องร้องเรียนวิทยุชุมชนพรรคเพื่อไทย,ดร.จำนงค์ ไชยมงคล ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย และ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย รับหนังสือ


นายวรพจน์ ลัภโต ผู้แทนสภาผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงภาคประชาชน ได้กล่าวถึงสาระสำคัญในเจตน์จำนงค์ต่อพรรคเพื่อไทย ว่า “ผู้ประกอบการวิทยุชมชนที่มายื่นหนังสือฯวันนี้ถือว่าเป็นสื่ออีกแขนงหนึ่ง และเป็นประชาชนในท้องถิ่น มีทุนทรัพย์น้อย หากต้องดำเนินการตามประกาศของ กสทช.คงไม่มีโอกาสชนะการประมูลคลื่นวิทยุชุมชนอยู่แล้ว ระบบการประมูล ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กไม่มีโอกาสที่จะชนะการประมูล เพราะตามหลักการของการผู้ประมูล ผู้ที่ให้ราคาสูงจะเป็นผู้ชนะ ดังนั้นถือเป็นระบบที่เอื้อนายทุนรายใหญ่ ประกอบกับพรรคเพิ่อไทย ได้ยกร่างแก้ไข พระราชบัญญัติ การประกอบกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และ ร่างแก้ไข พระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.๒๕๕๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้นำเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรแล้ว เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๕
ผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงภาคประชาชน จึงรวมตัวกันมาแสดงเจตจำนง พร้อมเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทย ดำเนินการ 4 ข้อดังนี้
1.ขอให้พรรคเพื่อไทย กำหนดให้การมีอยู่ของวิทยุชุมชนโดยผู้ประกอบการรายเล็กเป็นหนึ่งในนโยบายของพรรค เพื่อให้ให้ได้ทำหน้าที่สื่อสารมวลชนระดับท้องถิ่นต่อไป
2.ขอให้พรรคเพื่อไทยผลักดันการแก้ไขกฎหมายประมูลคลื่นความถี่วิทยุชุมชนซึ่งไม่มีความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการรายเล็ก
3.ขอให้พรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพจัดตั้งสมาคมวิทยุกระจายเสียงเพื่อประชาชน เพื่อให้เกิดความอิสระต่อการประกอบกิจการ และยังคงไว้ซึ่งการสื่อสารมวลชนระดับท้องถิ่น
4.ขอให้พรรคเพื่อไทยแต่งตั้งคณะทำงานศึกษากฎหมายด้านอาหารและยา ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับการออกอากาศของวิทยุชุมชน
“หากกลุ่มทุนที่ไม่ใช่บุคคลในท้องถิ่น ได้เข้ามาใช้คลื่นความถี่แล้ว ความรู้ความเข้าใจในวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ของประชาชนในท้องถิ่น ย่อมจะไม่มีความลึกซึ้งเท่ากับประชาชนในท้องถิ่น อันจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในการรับฟังข่าวสารในท้องถิ่น, ภาคธุรกิจในท้องถิ่นเสียโอกาสด้านการสื่อสารการประชาสัมพันธ์, ภาคประชาคม องค์กรในท้องถิ่น เสียโอกาสในการสื่อสาร การพัฒนา การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ, การเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมชุมชนในท้องถิ่นจะไม่ได้รับการตอบสนอง เพราะผู้ที่ชนะการประมูลย่อมจะแสวงหากำไรมากกว่าการบริการชุมชนท้องถิ่น และประการสำคัญ เป็นการลิดรอนสิทธิในการทำหน้าที่สื่อมวลชนท้องถิ่น จากที่ได้เคยปฏิบัติมาเป็นเวลาเกือบ ๒๐ ปี ”นายวรพจน์ ลัภโต กล่าว


ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวถึงประเด็นการเข้ายื่นหนังสื่อของสภาผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงภาคประชาชนในครั้งนี้ว่า “ตนเองเข้าใจรู้สึกเห็นใจผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐในช่วงที่ผ่านมา ทั้งที่ผู้ประกอบการเหล่านี้กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของทุกจังหวัด ซึ่งก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยได้รับข้อเสนอจากผู้ประกอบการแล้ว จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม 2 ฉบับ เพื่อให้สถานะของผู้ประกอบการวิทยุชุมชนยังคงอยู่ และได้นำเสนอต่อประธานสภาแล้ว


ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องทั้ง 4 ข้อ ถือเป็นหลักการของสิทธิเสรีภาพในการสื่อสารไปถึงมวลชนและเป็นอาชีพ วิทยุชุมชนเป็นผู้สร้างความรู้ความเข้าใจ สร้างอัตลักษณ์ของชุมชนได้ เป็นคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของพรรค หากร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของสภา พรรคเพื่อไทยขอรับไว้พิจารณา ซึ่งความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเราใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการนำสิ่งเหล่านั้นมาขับเคลื่อนต่อไป ตนเองอยากให้วิทยุชุมชนเป็น มรดกของชาติอีกด้วย” นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว


ในส่วนของ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า “ ในฐานะที่ตนเป็นประธานคณะทำงานด้านนโยบายแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ พรรคเพื่อไทย การยกเลิกวิทยุชุมชนมีมติของความเหลื่อมล้ำอยู่ เพราะการรับรู้ข่าวสารเป็นสิทธิเสรีภาพที่ประชาชนต้องได้เข้าถึงและเท่าเทียม ปัญหาที่เกิดคือการริดรอนในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน พรรคเพื่อไทยซึ่งมีความมุ่งมั่นแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจน ไม่มีเหตุผลที่จะไม่สนับสนุนการมีอยู่ของวิทยุชุมชน“ผมเข้าใจดี ผมเคยเป็นนักจัดรายการ เคยเป็นเจ้าของวิทยุชุมชนมาก่อน คลื่นความถี่เป็นสมบัติที่แย่งกันมากในสังคมทุนนิยม ถ้าจัดให้มีการประมูล เรารู้คำตอบอยู่แล้วว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร ถ้าหัวใจพรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน เราต้องทำอยู่แล้ว แต่ถ้าหัวใจเพื่อนายทุน เราก็ไม่รู้ว่าในอนาคตวิทยุชุมชนจะเป็นอย่างไร” นายสุทินกล่าว


สุดท้าย นายคมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส.กาฬสินธุ์ ประธานคณะทำงานรับเรื่องร้องเรียนวิทยุชุมชนพรรคเพื่อไทย (มิสเตอร์วิทยุชุมชน) กล่าวเสริมในฐานะผู้ใส่ใจติดตามและเคยตั้งกระทู้ถาม กสทช.ในเรื่องความเดือนร้อนของพี่น้องผู้ประกอบการวิทยุชุมชนผ่านสภาฯมาแล้ว จน กสทช.ได้ออกประกาศให้วิทยุชุมชน มีการดำเนินการต่อที่กำลังส่ง 500 วัตต์ ไปจนถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2567 และจากการได้รับการแต่งตั้งจากพรรคเพื่อไทยให้เป็นประธานคณะทำงานดูแลเรื่องความเดือดร้อนของวิทยุชุมชน ได้เห็นว่าความเดือนร้อนของพี่น้องชาววิทยุชุมชนหลักๆเลยคือ เกิดจาก กสทช.จะทำการยึดคลื่นวิทยุคืนทั้งหมดตั้งแต่เดือนเมษายน ที่ผ่านมา เกิดการร้องเรียนขึ้นมาของพี่น้องชาววิทยุชุมชนทั่วประเทศ โดยไร้การดูแลจากรัฐบาลหรือพรรคการเมือง ไม่เห็นความสำคัญ เห็นว่าเป็นแค่วิทยุทดลองฯเท่านั้น ทางพรรคจึงได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาข้อกฎหมายอย่างจริงจังแล้วนั้น เห็นว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์กลุ่มทุน เพราะวิทยุชุมชนกว่า 3,967 สถานี หากโดน กสทช.ยึดคลืนคืนแล้วให้เอกชนเข้ามายื่นการประมูลคงโดนนายทุนได้รับผลประโยชน์ทั้งหมด “ตนเองและคณะทำงานได้ต่อสู้กับ กสทช.จนได้รับการอนุญาตออกอากาศได้ต่อไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 เท่านี้ ล่าสุดทาง กสทช.ได้เข้ามาตอบกระทู้สดในสภายังประกาศว่าก่อนสิ้นปี 67 ยังจะพยายามยึดคลื่นคืนให้หมดเหมือนเดิม สร้างความเดือนร้อนให้พี่น้องชาววิทยุชุมชนแน่นอน ทางพรรคเพื่อไทยจึงได้รับการประสานในการเข้ายื่นเจตน์จำนงค์ต่อพรรคเพื่อไทย เพื่อผลักดันการแก้กฎหมายยกเลิกการประมูลคลื่นความถี่วิทยุภาคประชาชนทั่วประเทศในครั้งนี้ในส่วนตัว ผมขอให้วิทยุชุมชนได้เป็นสมบัติ มรดกของชาติต่อไปครับ” นายคมเดช ไชยศิวามงคล กล่าวปิดท้าย

ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณาติดต่อ นิตยา สุวรรณสิทธิ์ -0628929797 DasKLf.jpg 8JER4J.jpg Da2r0R.png DpkFp1.jpg banner1-08.gif Dp1Qd0.png 2wk8Dt.jpg 2wcwIv.jpg

 155 total views,  2 views today