วันเสาร์, 25 เมษายน 2569

พ่อค้า-แม่ค้าเปิดสมาร์ทโฟน-โทรทัศน์ ติดตามโหวตเลือกนายกฯคนใหม่ ชี้ไม่ว่าใครเป็นก็มีค่าเท่าเดิม ได้รับหนี้สินกันถ้วนหน้า

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ตลาดสดบางลำภู ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น พบว่าพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าต่างพากันติดตามเรื่องของการเมืองไทยเป็นไปอย่างคึกคัก ซึ่งส่วนใหญ่ต่างรับชมการการประชุมรัฐสภาในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ผ่านโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนของตัวเอง รวมทั้งโทรทัศน์ที่ตั้งอยู่ในแผงขายของ ซึ่งล้วนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่าเมื่อใดจะเลิกเถียงกันแล้วทำการโหวตเสียที เพราะอยากให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไป

622490-0

นางอารยานี เนียมประดิษฐ์ ผู้จัดการตลาดบางลำภู กล่าวว่า ไม่ว่าผลจะออกมายังไงก็มองว่ามีค่าเท่าเดิม เพราะทุกคนพูดแต่เรื่องผลประโยชน์ของตัวเอง เอื้อแต่พวกพ้องทีมงานตัวเอง แต่ไม่เคยที่จะพูดถึงการแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่กำลังเผชิญอยู่ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ และเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังมีการปะทะกันอยู่ ส่วนตัวเชื่อว่าใคนขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็จะต้องรีบจัดการเรื่องส่วนตัว ผลประโยชน์พวกพ้องมากกว่าเรื่องของประชาชนอย่างเร่งด่วนทันที ซึ่งการเมืองเป็นเรื่องของขั้วอำนาจใครอำนาจมัน ทุกคนพยายามรักษาอำนาจเพื่ออะไรบางอย่างเอาไว้

622494-0

“สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์คือนักการเมืองมากกว่าประชาชน ตอนนี้อยากให้การโหวตนายกจบไวไว ไม่ว่าใครเป็นก็มองว่ามีค่าเท่าเดิม การยุบสภาคือทางเดียวที่ประชาชนรอคอย มากกว่าการที่ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี จะได้เริ่มการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนสักที และกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร บินไปเมื่อคืนนี้ก็มองว่าจะเกี่ยวกับการโหวตเลือกนายกฯวันนี้ แต่คราวนี้คงทำอะไรยากกว่าเดิมเพราะอยู่ในสายตาของทุกคน คิดว่าคงไม่กล้าที่จะไปแล้วไปเลยเหมือนคราวที่แล้ว แต่อีกมุมก็เหมือนไม่น่าจะกลับมา”

622500-0

ขณะที่นายสำเริง รอดทอง อายุ 47 ปี พ่อค้า กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าคงมีการตกลงกันเรียบร้อยตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา วันนี้ผลก็คงออกมาเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งมีภารกิจเร่งด่วนที่ต้องไปทำเพราะฉะนั้นมั่นใจว่าสีน้ำเงินได้แน่นอน และถ้าสีน้ำเงินได้เป็นนายกผลประโยชน์ก็ไม่ได้ตกมาถึงประชาชนแต่อยู่ที่พวกพ้องและทีมงานของใครของมัน ซึ่งหากถามถึงความรู้สึกก็อยากจะให้เกิดการแก้ปัญหาเรื่องชายแดนที่กำลังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้มากกว่า และไม่ว่าจะสี่เดือนยุบสภาหรือได้เป็นนายกฯแล้วยุบสภาก็มองว่ามีค่าเท่ากัน

“ระยะเวลา 4 เดือนก็คงไปทำวาระเร่งด่วนของตัวเอง เรียกง่ายง่ายว่าตอนนี้ประชาชนสิ้นหวังไปหมดแล้ว โดยเฉพาะเศรษฐกิจ และแม้จะมีการเลือกตั้งใหม่ก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง จึงไม่ได้คาดหวังอะไรมากกับการยุบสภา และเท่าที่ฟังถ่ายทอดสดตอนนี้ครัวอำนาจแต่ละครัวก็ยังทะเลาะกันเหมือนเดิมพูดแต่เรื่องผลประโยชน์ของตัวเองประชาชนไม่ได้รับประโยชน์อะไร”

622496-0

ขณะที่นางนิศาชล วงษ์ภูมี อายุ 59 ปี แม่ค้า กล่าวว่า ถ้าเลือกนายอนุทิน มาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ส่วนตัวมองว่าเบื้องหลังยังมีคดีเป็นชนักติดหลังอยู่ ทั้งคดีฮั้ว สว. และคดีเขากระโดง จึงไม่ไว้ใจเพราะจะมาเอื้อในส่วนนี้ แต่ถ้าเป็นคนของพรรคเพื่อไทย มองยังจะดีกว่า อยากให้ทำงานบริหารประเทศต่อ สานนโยบายต่างๆที่กำลังทำให้สำเร็จ ทั้งรถไฟฟ้า 20 บาท และเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงอยากให้สานงานต่อให้สำเร็จ ถ้าจะเป็นรัฐบาลใหม่เข้ามาแล้วนโยบายเก่าจะสำเร็จได้อย่างไร เพราะไม่ใช่นโยบายตัวเอง อยากให้เวลาพรรคเพื่อไทยได้ทำงานต่อ และกรณีที่นายทักษิณ บินไปต่างประเทศยังเชื่อใจว่าจะกลับมารับฟังคำตัดสินของศาลอย่างแน่นอน

622497-0 ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณาติดต่อ นิตยา สุวรรณสิทธิ์ -0840323211/0628929797 ปกผู้สับสนุน2 Central Khonkaen Logo 03 2_07b2fa84021c11013.jpeg sm02.jpeg green-white-background06.jpeg 33333 cropped-kk0012-scaled-3.jpeg ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ radio20766.gif

Loading


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
จังหวัดขอนแก่น แถลงจัดงานสุดยอดสงกรานต์อีสานมหานครขอนแก่น ประจำปี 2569 สืบสานบุญเดือนห้า สมมาพระลับ 501 ปี ชวนเที่ยววิถีอีสาน
ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ขอนแก่นประกาศรวยไม่ไหวแล้วหยุดขายเมนูก๋วยเตี๋ยวคงไว้ซึ่งข้าวมันไก่ เหตุเพราะต้นทุนสูงขึ้นทุกรายการ 
ขอนแก่น ไข่มดแดงกก.ละ500 บาท หมอลำหนุ่มว่างเว้นจากงาน ขับซาเล้งพร้อมอุปกรณ์ออกเลาะหาแหย่ไข่มดแดงริมถนน ได้ทั้งกิน ได้ทั้งขาย
มหาวิทยาลัยขอนแก่นจัดงานยิ่งใหญ่ด้านศิลปวัฒนธรรม “งานเชิดชูเกียรติศิลปินมรดกอีสาน และผู้มีผลงานดีเด่นวัฒนธรรมสัมพันธ์ ประจำปี 2569”
มข.จัด “URBAN PULSE ปั๊มหัวใจเมือง” ฟื้นพื้นที่ บขส.2 ขอนแก่น สร้างชีวิตใหม่เมืองชั้นใน
เซ็นทรัลพัฒนา จัดโครงการ CPN BUSINESS MATCHING (NORTHEAST) 2026 ต่อยอดธุรกิจคู่ค้า รวมแบรนด์ดังกว่า 90 แบรนด์ทั่วภาคอีสาน ให้ขยายไปยังภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ