วันอังคาร, 9 มิถุนายน 2569

มข. จับมือ มิตรผล-ภาคีวิจัย พัฒนา “เครื่องสกัดเส้นใยจากใบอ้อย” ชู Zero Waste ยกระดับสิ่งทอรักษ์โลกสู่เวทีสากล หนุนเป้าหมาย Net Zero

08 มิ.ย. 2026
18

มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย สำนักบริการวิชาการ ประชุมหารือร่วมกับ กลุ่มมิตรผล และภาคีเครือข่ายนักวิจัยจาก 2 สถาบัน เพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนา “เครื่องสกัดเส้นใยจากใบอ้อยต้นแบบ” นวัตกรรมสีเขียวเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสิ่งทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขานรับนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และขับเคลื่อนไทยสู่เป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) อย่างเป็นรูปธรรม

715870202-1646658674129589-1820679745320681296-n

การประชุมร่วมกันในครั้งนี้ นำโดย รศ.ดร.ศุภสิทธิ์ คนใหญ่ รองผู้อำนวยการฝ่ายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และดิจิทัล สำนักบริการวิชาการ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากกลุ่มมิตรผล นำโดย คุณธนวิชช ยายี ผู้จัดการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ และทีมนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ผศ.ดร.วิรุณ โมนะตระกูล (มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม) และ ผศ.ดร.ปิยะวัฒน์ ศรีธรรม (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์)

714612014-1646658857462904-2814982606263488264-n

สำหรับแนวคิดการออกแบบ “เครื่องสกัดเส้นใยจากใบอ้อยต้นแบบ” นี้ ทีมนักวิจัยได้เปิดเผยนวัตกรรมการใช้ระบบ Roller (ลูกกลิ้ง) ร่วมกับการฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อรักษาความชื้น ป้องกันเส้นใยกรอบหัก โดยมีจุดเด่นคือ ความสามารถในการรักษาความยาวของเส้นใยได้สูงถึง 40-50 เซนติเมตร ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานระดับสูงที่อุตสาหกรรม สามารถนำไปปั่นผสมกับเส้นใยฝ้ายเพื่อผลิตเป็นเส้นด้ายคุณภาพสูง (Premium Eco-Yarn) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการทดสอบเบื้องต้นพบว่า ใบอ้อยเตรียมการปริมาณ 3 ตัน สามารถสกัดเป็นเส้นใยคุณภาพพรีเมียมได้ถึง 300 กิโลกรัม

720751492-1646658667462923-5174741550257513920-n

ยิ่งไปกว่านั้น โครงการยังมุ่งเน้นกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด Zero Waste (ขยะเหลือศูนย์) โดยการนำเศษวัสดุพลอยได้จากการสกัดใบอ้อย ไปต่อยอดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือก เช่น กระถางต้นไม้ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และกระดาษศิลปะ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) และรายได้เสริมให้แก่ชุมชนชาวไร่อ้อยอย่างยั่งยืน

674911591-1599767932151997-6290981070344164802-n

รศ.น.สพ.ดร.ชูชาติ กมเลิศ ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ มข. เปิดเผยว่า “สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยึดมั่นในปณิธานการทดแทนคุณสังคม (Social Devotion) เราไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ส่งเสริมวิชาการ แต่เราทำหน้าที่เป็น ‘ตัวกลางและผู้บรูณาการ’ (Platform Facilitator) ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ นวัตกรรม และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายของประเทศ โดยในระยะต่อไป มข. มีแผนที่จะบูรณาการข้ามศาสตร์ ร่วมกับ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์และแฟชั่นรักษ์โลก พร้อมทั้งผลิตสื่อสากลเพื่อสื่อสารคุณค่าของนวัตกรรมนี้ไปยังเวทีระดับนานาชาติ”

719252418-1646658664129590-1955885900075953633-n

ทั้งนี้ ทีมวิจัยมีกำหนดเผยกโฉมแผนภาพการออกแบบโครงสร้างสมบูรณ์ (Concept Design) ต่อผู้บริหารระดับสูง โดยวางเป้าหมายสูงสุดในการแปรรูปเส้นใยใบอ้อยเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น กระเป๋าแฟชั่น และเครื่องนุ่งห่มรักษ์โลก เพื่อนำไปจัดแสดงในงานประชุมสัมมนาระดับนานาชาติ หวังให้ทั่วโลกได้ประจักษ์ถึงศักยภาพของประเทศไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยอย่างแท้จริง

ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณาติดต่อ นิตยา สุวรรณสิทธิ์ 084-0323211-0628929797 kku2 Central Khonkaen Logo 03 2_07b2fa84021c11013.jpeg sm02.jpeg green-white-background06.jpeg แบนเนอร์03 69 cropped-kk0012-scaled-3.jpeg ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ radio20766

Loading


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
สำนักบริการวิชาการ มข. เดินหน้ายกระดับคุณภาพหลักสูตรสู่มาตรฐานอาเซียน จัดอบรมเข้ม AUN-QA Version 4.0 รุ่นที่ 4 เน้นลงมือจริง ตอบโจทย์การประกันคุณภาพยุคใหม่
มข. x เขื่อนอุบลรัตน์ ผนึกกำลังปั้นโมเดล “CSR ยั่งยืน” ยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรอบเขื่อน สู่การพึ่งพาตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี
ต่อยอดความสำเร็จ! สำนักบริการวิชาการ มข. ผสานพลังบูรณาการภาครัฐ-ท้องถิ่น ดันกลุ่มคนพิการตำบลศิลาก้าวสู่อาชีพที่มั่นคง
“ยกระดับการทำงานภาครัฐ! สำนักบริการวิชาการ มข. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการจัดทำรายงาน บส. และ ปค. แบบเจาะลึกทุกขั้นตอน”
สำนักบริการวิชาการ มข. จัดอบรมผู้บริหารระดับสูง เจาะลึกเกณฑ์ EdPEx มุ่งยกระดับองค์กรสู่ความเป็นเลิศ
มข. จับมือ มิตรผล ต่อยอดนวัตกรรม “น้ำมันชีวภาพจากใบอ้อย” ชูโมเดลเศษวัสดุเหลือใช้สร้างพลังงานทางเลือกและรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน