วันศุกร์, 19 มิถุนายน 2569

มข. จัดอบรม “การฟอกกาวและย้อมสีเส้นไหม” จากวัตถุดิบธรรมชาติ หวังขับเคลื่อนชุมชนฐานรากหลังโควิด ด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน

คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดอบรมเชิงปฎิบัติ เกี่ยวกับ “การฟอกกาวและย้อมสีเส้นไหม” โดยการย้อมสีจากวัตถุดิบตามธรรมชาติภายในชุมชน ภายใต้การดำเนินโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากหลังโควิดด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน BCG (U2T for BCG) โดยมี รศ.ดร. ภาณุพล หงษ์ภักดี และ ผศ.ดร ศุภัชญา นามพิลา อาจารย์จากสาขาวิชาพืชสวน คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นผู้รับผิดชอบดูแลโครงการในพื้นที่ตำบลป่ามะนาว และได้รับเกียติจากนายปรมัตถ์ เหล่าวอ เจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานด้านมาตรฐานหม่อนไหม และนางสาวพัชรา วงษ์คำอุด นักวิชาการเกษตรปฎิบัติการ จากกลุ่มงานบริการวิชาการและเทคโนโลยี ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ขอนแก่น มาเป็นวิทยากรในการอบรมณ วัดโนนศิลาอาสน์ ตำบลป่ามะนาว อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่นเมื่อวันที่ 29-30 สิงหาคม 2565ที่ผ่านมา

การจัดอบรมเชิงปฎิบัติ เกี่ยวกับ “การฟอกกาวและย้อมสีเส้นไหม” โดยการย้อมสีจากวัตถุดิบตามธรรมชาติภายในชุมชน มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและบริการด้าน BCG ในการนำสินค้าและบริการในชุมชนมาพัฒนาและต่อยอดโดยการใช้องค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพื่มมูลค่าของสินค้าในชุมชนอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ซึ่งการจัดงานอบรมครั้งนี้ เป็นการลงมือปฎิบัติจริงในการสกัดและย้อมสีเส้นไหมจากวัตถุดิบที่หาได้ตามธรรมชาติ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นผู้เลี้ยงไหมและทอผ้าไหมภายในชุมชมป่ามะนาวอยู่แล้ว ที่สนใจพัฒนาการย้อมสีเส้นไหมจากวัตถุดิบในธรรมชาติ เพื่อช่วยเพิ่มและยกระดับคุณภาพรวมถึงเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าไหมพื้นบ้านที่ผลิตในชุมชนป่ามะนาว จากเดิมที่ทอผ้าด้วยมือ ใช้สีเคมี และมีการซื้อขายแค่ในชุมชนเท่านั้น ให้ได้มีการยกระดับการทอผ้าไหมพื้นบ้าน ให้มีเอกลักษณ์และสร้างมูลค่าจากการย้อมธรรมชาติ ทำให้สามารถขยายตลาดสู่กลุ่มลูกค้าชั้นสูงซึ่งให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับการอบรมในครั้งนี้แบ่งเป็นสองวัน  วันที่ 1 เป็นการลงมือต้มฟอกกาวจากเส้นไหมด้วยน้ำด่างและต้มสกัดสีจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ คือ ดอกดาวเรือง, เหง้ากล้วย, ใบสาบเสือ และเปลือกประดู่วันที่ 2 เป็นการนำเส้นไหมที่ฟอกกาวแล้วมาจุ่มย้อมสีที่ได้สกัดเตรียมไว้ หลังจากนั้นใช้สารติดสี (mordant) คือ สนิมเหล็ก , สารส้ม , ปูนขาว และ โคลน เพื่อให้สีติดแน่นกับเส้นไหมที่ย้อมและช่วยเปลี่ยนเฉดสีให้มีความหลากหลายเพิ่มขึ้นและในช่วงท้ายมีการสอบถามและให้คำแนะนำเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ที่ชุมชนเจอเกี่ยวกับขั้นตอนการผลิตและเลี้ยงหนอนไหม เพื่อให้สามารถแนะนำแนวทางและการแก้ปัญหาการเลี้ยง

หนอนไหมได้เหมาะสมกับชุมชน และมีการแนะนำเทคนิคการทอผ้าไหมที่ได้รับความนิยม การส่งเสริมเลี้ยงหนอนไหมเผื่อผลิตผ้าไหมที่ได้มาตรฐานเพิ่มเติมอีกด้วย

เชื่อว่าการอบรมครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคนในชุมชนป่ามะนาว ในการผลิตผ้าไหมทอมือด้วยสีย้อมจากธรรมชาติ ให้บรรลุตามความต้องการในการนำเอาองค์ความรู้เกี่ยวกับการย้อมสีธรรมชาติมาเพิ่มมูลค่าของผ้าไหมทอมือและได้รับมาตรฐานตรานกยูงพระราชทานเพื่อเป็นมาตรฐานและช่วยขยายตลาดเพิ่มมูลค่าของผ้าไหมได้ต่อไป

ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว-0628929797 DasKLf.jpg 8JER4J.jpg Da2r0R.png DpkFp1.jpg banner1-08.gif Dp1Qd0.png 2wk8Dt.jpg 2wcwIv.jpg

Loading


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
สำนักบริการวิชาการ มข. และคณะศึกษาศาสตร์ มข. ผนึกกำลังเทศบาลพระยืนมิ่งมงคล สร้างสรรค์โรงเรียนผู้สูงอายุดัน 120 วัยเก๋าสู่ “Active Aging” ด้วยนวัตกรรมศิลปะบำบัดเพื่อชีวิตยืนยาว
โปร่งใสตั้งแต่ต้นทาง! มข. จับมือ ป.ป.ช. เปิดเวทีต้านทุจริตจัดซื้อจัดจ้างสถานศึกษาภาคอีสาน หนุนธรรมาภิบาลยั่งยืน
มข. เดินหน้า “ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น 2569” รุกคืบพัฒนา “สมุนไพรชงดื่ม” เจาะกลุ่มวัยรุ่น พร้อมยกระดับตลาดดิจิทัล วิสาหกิจชุมชนบ้านดงกลาง
รมช.คมนาคม ลงพื้นทีจังหวัดขอนแก่น เร่งยกระดับคมนาคมขนส่ง เพิ่มความปลอดภัยทุกมิติ
สำนักบริการวิชาการ มข. เดินหน้ายกระดับคุณภาพหลักสูตรสู่มาตรฐานอาเซียน จัดอบรมเข้ม AUN-QA Version 4.0 รุ่นที่ 4 เน้นลงมือจริง ตอบโจทย์การประกันคุณภาพยุคใหม่
มข. x เขื่อนอุบลรัตน์ ผนึกกำลังปั้นโมเดล “CSR ยั่งยืน” ยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรอบเขื่อน สู่การพึ่งพาตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี